What's happening?

Synopsis

Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะ

บนไฟลท์บินมรณะ เมื่อหนึ่งในผู้โดยสาร เสียชีวิตอย่างปริศนา บนเครื่อง ทำให้ทั้งลำตกอกตกใจ พร้อมๆกับท่าทีประหลาดจากชายหนุ่ม ที่อาจจะเป็น ต้นตอ ของเรื่องราวสุดโกลาหล ดูหนังออนไลน์ จนเป็นเหตุให้กัปตัน ต้องประกาศเหตุฉุกเฉินและขอลงจอดทันที! แต่ทว่าหายนะจากบนเครื่อง ดูหนังฟรี สร้างความตระหนกไปทั่วโลก จนรัฐบาลมีคำสั่งชี้ตาย “เครื่องบินลำนี้ ไม่ได้รับอนุญาตให้ลงจอดที่ใดทั้งนั้น” ดูหนังออนไลน์ฟรีไม่มีโฆษณา

ต้นเดือนสิงหาคมนี้ มีภาพยนตร์แอ๊คชั่น ดราม่า ระทึกขวัญ Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะ

Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะ

ที่สื่อต่างชาติจับตามองเป็นพิเศษ ด้วยเนื้อหาที่เป็นเรื่องใกล้ตัว โดยเฉพาะโรคระบาดร้ายแรงที่เกิดจากเชื้อไวรัส พ่วงไปกับสถานการณ์เลวร้ายสุด ๆ ที่เกิดขึ้นบนเครื่องบิน บีบหัวใจผู้ชมให้ลุ้นกันไปตลอดเรื่อง นั่นก็คือ “Emergency Declaration”  หรือ “ไฟลต์คลั่ง ฝ่านรกชีวะ” จากไฟลต์บินธรรมดาทั่วไปเดินทางจาก “กรุงโซล” มุ่งหน้าไป “ฮาวาย” แต่ระหว่างทางกลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ดูหนังครอบครัว เมื่อมีผู้เสียชีวิตในเครื่องแบบปริศนา สร้างความหวาดกลัวและความโกลาหลไปทั้งลำ

ในวันหนึ่ง ผู้คนจำนวนหนึ่ง กำลังซื้อตั๋วเครื่องบินเพื่อไปยังฮอโนลูลู ฮาวาย ด้วยเหตุผลแตกต่างกันไป แต่ไม่มีใครเลยที่จะรู้ว่า เที่ยวบินของตนกำลังเผชิญกับภัยร้ายที่มาจากผู้โดยสารคนหนึ่งบนเครื่อง แม้ว่าก่อนหน้านั้น จะมีการปล่อยหนึ่งออกมา แต่เหมือนจะไม่มีใครปักใจเชื่อจนเมื่อได้รับรู้ว่าสิ่งนั้นมันเกี่ยวข้องกับตัวเอง นักสืบอินโฮ (Song Kang Ho/ซงคังโฮ จากหนังเรื่อง ‘Parasite’ และ ‘Broker’) ผู้ที่เพิ่งรู้ว่าเมียรักอยู่บนเครื่องลำนั้นเริ่มติดตามหาผู้โดยสารที่เป็ต้นตอคนปล่อยคลิปคนนั้น

เช่นกัน แจฮยอก (Lee Byung Hun/อีบยองฮอน จากซีรีส์เรื่อง ‘Squid Game’, ‘Our Blues’ และหนังเรื่อง ‘G.I. Joe: The Rise of Cobra’) พ่อลูกหนึ่งที่อยู่บนเครื่องก็เพิ่งได้รับรู้เรื่องคลิปนี้ ก่อนที่เหตุไม่คาดคิดจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้โดยสารบนเครื่องได้เสียชีวิตอย่างปริศนา ก่อให้เกิดความวุ่นวายและโกลาหล

หลังจากการเกริ่นนำเพื่อปูเนื้อเรื่องจบลงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรตัดเข้าสู่เนื้อเรื่องอย่างรวดเร็ว

Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะ

ในการดำเนินเนื้อเรื่องในช่วงต้นเป็นส่วนที่ผมชอบที่สุดเพราะเป็นการเล่าเพื่อแสดงให้เราเห็นพฤติกรรมต่าง ๆ ของตัวละครไปพร้อม ๆ กับการผูกปมต่าง ๆ ในเรื่อง เมื่อผูกปมต่าง ๆ เรียบร้อยจนเข้าถึงช่วงกลางเรื่องที่จะเน้นไปทางไขคดีและวุ่นกับการหาตัวคนร้ายที่ลุ้นระทึกทุกครั้งที่เครื่องบินไต่ระดับความสูง ในช่วงกลางเรื่องนี้เป็นส่วนที่ผมชอบรองลงมา บรรยากาศรอบ ๆ ที่แออัดบวกกับสถานการณ์ที่มีผลต่อความรู้สึกของตัวละคร ทำให้ความระทึก ความไม่ปลอดภัย และความไม่เชื่อใจเกิดขึ้น ช่วงนี้จะมีซีนที่ผม ชอบ และ ไม่ชอบ เกิดขึ้นอยู่ด้วย

สิ่งที่คร่าชีวิตคนบนเครื่องไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ด้วยกันเอง แต่เป็นการระบาดของเชื้อโรคไวรัสตัวใหม่ ที่จะเล่นงานผู้ติดเชื้อให้ร่างกายอ่อนแอและเสียชีวิตไปในที่สุด เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกรายงานไปยังภาคพื้นดิน แทนที่จะนำเครื่องลงไปรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ กลับถูกปฏิเสธให้บินต่อไปเรื่อย ๆ แม้ “กัปตัน” จะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งตามหลักสากลสนามบินต้องยินดีให้ลงจอด แต่ก็ยังโดนต่อต้าน-ขับไล่ ไม่ให้ลงจอดอย่างถึงที่สุด ไฟลต์มรณะลำนี้จะมีจุดจบอย่างไร

ข้อมูลในตัวอย่างอาจจะไม่ได้บอกอะไรเรามากนัก เราอาจรู้ได้แค่เพียงว่า เกิดเหตุร้าย มีคนตายบนเครื่อง แต่แท้ที่จริงแล้ว มันเป็นเหตุที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อไวรัสตัวหนึ่ง ที่มีคนร้ายนำมันขึ้นเครื่องมาด้วยเหตุผลบางอย่างเพื่อหวังให้คนทั้งลำตายกันหมด

เหตุการณ์ทุกอย่าง เริ่มต้นขึ้นที่สนามบินในช่วงเวลาที่ผู้คนต่างมาเพื่อเช็คอิน

Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะ

โหลดกระเป๋าและรอขึ้นเครื่อง หนังใช้ช่วงเวลานั้นเพื่อให้เราทำความรู้จักกับตัวละครแต่ละตัว พร้อมกับบอกให้เรารับรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นบนเครื่องบินลำนั้น พอเครื่องเทคออฟ จากโหมดปูพื้นฐานก็เข้าสู่โหมดลึกลับแล้วต่อด้วยระทึกขวัญในทันที

‘ไฟลต์คลั่ง ฝ่านรกชีวะ’ คือการหยิบเอาพล็อตก่อการร้ายบนเครื่องบินมาผสมรวมเข้ากับเหตุโรคร้ายจากไวรัสนั่นเอง เมื่อมีการติดเชื้อบนเครื่องบินที่กำลังทำการบินอยู่บนฟ้า หนังทำให้เรามองเห็นว่าแต่ละคนจะรับมือกับมันอย่างไร โดยใส่มุมมองต่างๆ เข้ามา บางพวกอาจไม่ยินยอมให้เอาเครื่องลงจอดเพราะเกรงว่าไวรัสจะระบาดเข้าสู่ประเทศตน ญาติของคนบนเครื่องบินลำนั้นต่างเฝ้ารอคอยด้วยใจจดจ่อหวังให้พวกเขากลับมาอย่างปลอดภัย คนของรัฐจะรับมือแบบไหน องค์กรที่เกี่ยวข้องจะแสดงความเห็นแก่ตัวแบบใด ขณะที่คนบนเครื่องเองก็มีหลายรูปแบบ-ความคิด-การกระทำทั้งที่น่าหมั่นไส้และน่าสงสาร

อันที่จริง ก็เหมือนกับการจำลองสถานการณ์ของมนุษยชาติในการรับมือกับโรคระบาดที่เกิดขึ้นจริงนั่นแหละ เพราะในช่วงที่ผ่านมา โควิด-19 คือภัยโรคระบาดที่ชัดเจนที่สุดแล้ว และเหตุการณ์ต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นตอนมันระบาดต่างก็ถูกนำมาบอกเล่าในหนังเรื่องนี้

ด้วยงานสร้างที่เห็นทุ่มทุนกันยิ่งเสียกว่า ‘Train to Busan’ ฉากที่เห็นส่วนใหญ่มองว่าใช้พลังซีจีเข้าช่วยไว้เยอะ เห็นว่าทีมหนังสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 777 ลำจริงมาใช้ในการถ่ายทำกันเลยทีเดียว หรืออย่างฉากพลิกเครื่องบินนั่นก็เช่นกัน ทุ่มทุนสร้างฉากที่พลิกเครื่อง 360 องศาเพื่อสร้างความระทึกที่สมจริงให้มากที่สุด

วิกฤติภายใต้เวลาจำกัด พื้นที่จำกัด รวมถึงสภาวะร่างกายที่จำกัดของกัปตันและลูกเรือที่ต้องรับผิดชอบไฟลต์บิน กลายเป็นปัญหาที่ไร้ทางออก เครื่องที่ไร้ที่ทางให้ลงจอด รวมถึงความอลหม่านยื้อยุดการตอบรับความช่วยเหลือของภาคพื้นดิน ที่มีรัฐมนตรีและตำรวจนายหนึ่งยืนหยัดต่อสู้กับพลังต้านที่ใหญ่กว่า นำมาซึ่งความระทึกลุ้นและดราม่าสะเทือนใจไปทั่ว

ด้วยว่าเรื่องนี้จะเป็นงานหายนะแอ็คชั่นบนเครื่องบินครั้งแรกของเกาหลี

ในขณะที่ฟากฮอลลีวู้ดมีนำเสนออยู่บ่อย ๆ จึงทำให้มีการลงทุนกับโปรดัคชั่นอย่างจริงจังเต็มที่ เช่น การสั่งซื้อโครงเครื่องโบอิ้ง 777 ลำจริงจากอเมริกามาติดตั้งกลไกหมุนได้รอบ 360 องศา เพื่อให้ได้ภาพจากการถ่ายทำที่ตื่นเต้นสมจริง เป็นการหมุนเครื่องบินลำใหญ่กว่าที่หนังฮอลลีวู้ดเคยทำมาก่อน ก็จะเป็นด้านเทคนิคโปรดัคชั่นที่มาเบนความสนใจ แก้โจทย์พล็อตจำเจของการก่อการร้ายบนเครื่องบินได้ระดับหนึ่ง รวมถึงการใช้เสน่ห์เฉพาะตัวของหนังเกาหลีที่สามารถผูกปมดราม่าห่อรวบความระทึกลุ้นของเรื่องราวแอ็คชั่น ซึ่งเรื่องนี้จัดหนักมาให้แบบทั้งปมเดี่ยวรายบุคคลของหลายคน ปมใหญ่มัดรวมหมู่มวลชนหรือสังคม เพิ่มมิติของเนื้อหาได้มากขึ้น

ส่วนตัวชอบมุมกล้อง กับการถ่ายทำมาก ถ่ายออกมาดีมาก สมจริง สมแล้วที่ทีมเขา ทุ่มทุนสร้างมากกว่า Train to Busan 3 เท่า ซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 777 มาผ่า แล้วติด กิมบอลยักษ์ เข้าไป ทำให้ถ่ายออกมา แต่ละฉากดิ่งในเครื่อง คือ สมจริง หมุนได้รอบหัว ไม่เสียว ให้มันรู้ไปอ่ะ แนะนำให้ดู 4DX คุ้มแน่ เหมือนอยู่ในเครื่องจริงๆเลย

นอกจากดูสนุก ลุ้นระทึก ลุ้นแล้ว ลุ้นอีกตลอดเรื่อง คือ ไม่ได้มี conflict แค่จุดเดียวให้แก้ ผ่านเรื่องนี้ เรื่องนี้ก็มาต่อ แทบไม่ได้หยุดลุ้น ซีนดราม่า เสมือนจุดให้พักท้องจากการลุ้น ก็ทำออกมาได้ดี บีบคั้นอารมณ์ แม้ว่าอาจจะไม่ใช่ทุกคนที่ตัดสินใจแบบนั้น

หนัง EMERGENCY DECLARATION ไฟลต์คลั่ง ฝ่านรกชีวะ เป็นภาพยนตร์ในแนวทางของ หนังแอ็กชั่นหายนะ บนน่านฟ้าครั้งแรกของเกาหลีใต้ ภายใต้การดูแล และการกำกับของ ฮัน แจริม (The Face Reader, The King) ที่มีพล็อตเรื่องลุ้นระทึกแบบนี้ มาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว และเมื่อวันเวลาบ่มเพาะให้ผู้คนทั่วโลกรู้จักกับพิษร้ายไวรัสโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลกแล้ว บทภาพยนตร์เรื่องนี้ ถึงเวลาที่ถูกต้องเหมาะสมเสียที มันจึงถูกกลับเอามา ประดิดประดอยสร้างสรรค์ใหม่อีกครั้ง และมาถูกสร้างภายใต้ชื่อ ไฟลต์คลั่ง ฝ่านรกชีวะ

จุดแข็งของ Emergency Declaration ไฟลต์คลั่งฝ่านรกชีวะ

เรียกว่าเป็นหนังที่ใช้ต้นทุนการถ่ายทำสูงมากกว่า Train To Busan กว่า 3 เท่าตัว หรือประมาณ 28,000 ล้านวอน (784 ล้านบาท) เพื่อสร้างฉากหายนะบนท้องฟ้าให้เกิดความสมจริงที่สุด ตั้งแต่จัดเต็มถึงขั้นซื้อ “โบอิ้ง 777” ส่งตรงจากสหรัฐอเมริกา นำมาผ่าครึ่งลำเพื่อให้เห็นภาพในเครื่องจริง ๆ ก่อนนำปรับแต่งด้วยเครื่องจักรเพื่อให้ตัวเครื่องหมุนได้ 360 องศา เวลาติดตั้งกล้องถ่ายก็จะเห็นอิริยาบทของเหล่านักแสดง ที่นั่งอยู่บนเบาะพลิกหมุนตีลังกาไปกับตัวเครื่องด้วย

ทีมเทคนิคพิเศษ-สตั๊นท์แมน ต้องทำงานกันอย่างหนัก เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับนักแสดงทุกคน สำหรับแฟนดาราเกาหลี คงต้องฟินแน่นอน 100% เพราะเรื่องนี้ถือเป็นการรวมทีมนักแสดงชั้นแนวหน้าหลายคน

Director

Director

Cast

Similar titles

Popeyed Goldfish (2017) Demekin
Conan the Barbarian โคแนน นักรบเถื่อน
Rise of The Zombies (2012) ซอมบี้คุกแตก
Dawn of the Planet of the Apes รุ่งอรุณแห่งพิภพวานร
Pacific Rim สงครามอสูรเหล็ก
Red Tails สงครามกลเวหาของเสืออากาศผิวสี
Ready Player One สงครามเกมคนอัจฉริยะ
Everly (2014) ดีออก สาวปืนโหด
Dead Man Down (2013) แค้นได้ตายไม่เป็น
Maverick (1994) สุภาพบุรุษตัดหนึ่ง
Operation Chromite ยึด
Dhoom 2 บิดท้านรก

Leave a comment